Fascinating
posted on 04 May 2009 16:12 by adliboeส่วนตัวแล้ว เราหลงใหลในเปียโนและเพลงคลาสสิค พอๆกับหลงใหลปลาทองตัวอวบอ้วนในตู้กระจกและงานศิลปะทั้งหมู่มวล
บางทีเราอยากเสาะแสวงหาและทำความเข้าใจกับมัน ซึ่งการทำความเข้าใจกับศิลปะเหล่านั้น ต่อให้ตายกี่ชาติตัวเราคงไม่เข้าใจ บางทีเราก็ไม่เข้าใจว่าเพลง Moonlight sonata ของ Beethoven นั้น นักวิจารณ์บอกว่ามันโรแมนติก? มันโรแมนติกตรงไหน? มูฟเม้นแรก ที่ดูเอื่อยๆ เหมือนพระจันทร์ตอนกลางคืน ฟังดูแล้วน่ากลัวมากกว่าโรแมนติก หากแต่มูฟเม้นสุดท้ายทำม๊ายทำไมมันดูเหมือนคนบ้ากำลังชักดิ้นชักงอ
แต่ถ้าเล่นได้แล้วคงสะใจเป็นบ้าจริงๆ จังหวะที่รวนเร็ว Forte Forte ฟังแล้วหัวใจมันสูบฉีดอย่างน่าประหลาด
หรือบางทีเราอาจจะเสพดนตรีแค่เปลือกนอกก็เป็นได้? คนเราเองก็ตีความไปต่างๆนานา ตามความคิดของตัวเอง นึกๆไปแล้วอยากจะนั่งไทม์แมชชีนกลับไปถามบีโธเฟ่นยิ่งนัก ว่ามูนไลท์ของเฮียแกมันโรแมนติกตรงไหน?
ดนตรีของบีโฟ่นเราว่ามีความลึกซึ้งทางอารมณ์มากๆ ไม่เพียงสื่อออกมาทางโครงสร้างของตัวโน้ตเท่านั้น
คุณพ่อเราซื้อรูปปั้นครึ่งตัวของท่านบีโธ มาตั้งประดับบ้านไว้ให้ลูกดูเล่น เมื่อหลายปีที่แล้ว เราก็สงสัยว่า ไอ้หน้าตาประหลาดๆตัวดำๆ(เป็นโลหะ) นี่มันใคร ? ทำไมมันน่ากลัวอย่างนี้? และเราก็เพิ่งรู้ว่า การถูกพ่อบังคับเสก็ตรูปรูปปั้นของบีโธเฟ่น นี่ล่ะ สาหัสสุดๆ สำหรับคนอ่อนศิลปะอย่างเรา
ดูซิ ขนาดเปลือกนอกยังเข้าถึงยากเลย -*-
แต่บีโธเฟ่นทำให้เรานึกถึงคำว่า "หัวใจและสิ่งที่รัก"
โลกนี้คงไม่มีอะไรห้ามไม่ให้เราทำในสิ่งที่รักได้ นอกจากใจของเราเอง.....
ความซวยสุดซี้ดที่เลวร้ายที่สุดของนักดนตรีคือ การสูญเสียการฟัง...
ซึ่งท่านเองก็ยังไม่หยุดแต่งเพลงถึงแม้จะสูญเสียหูเทพไป
ศิลปินจะยืนหยัดได้อย่างไร หากสูญเสียประสาทสัมผัส?
http://www.imeem.com/macfrancis/music/edGNVZHC/instrumental-piano-moonlight-sonata/
ป.ล. บีโธเฟ่นหล่อมาก* ขอกรี๊ดดดดดด ทีนึง และขอเอาไปตั้งชื่อปลาทองฮอรันดายักษ์ พี่เบิ้ม ประจำตู้เรา